“น้ำดื่ม” เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ซึ่งในปัจจุบันการใช้เครื่องกรองน้ำเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากจะทำให้ได้น้ำดื่มที่ปราศจากสิ่งปนเปื้อน แต่รู้หรือไม่ว่า ไส้กรองน้ำก็มีอายุการใช้งานที่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นประจำ เพื่อประสิทธิภาพการกรองและสุขภาพที่ดี
Table of Contents
Toggleไส้กรองน้ำเปลี่ยนเมื่อไหร่ดีที่สุด ?
เครื่องกรองน้ำทั่วไปประกอบด้วยไส้กรองหลายขั้นตอน แต่ละขั้นตอนจะทำหน้าที่กรองสิ่งปนเปื้อนต่างชนิดกัน รวมถึงมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน หากต้องการรู้ว่าไส้กรองน้ำเปลี่ยนทุกกี่เดือน ก็สามารถยึดตามคำแนะนำมาตรฐานได้ ดังนี้
- ไส้กรองหยาบ (PP Sediment Filter) ทำหน้าที่ดักจับตะกอน เศษฝุ่น สนิม และสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ ควรเปลี่ยนทุก 3 เดือน
- ไส้กรองพรีคาร์บอน (Pre Carbon Filter) ทำหน้าที่ดูดซับคลอรีน สารอินทรีย์ กลิ่นเหม็น และสีน้ำตาลในน้ำ ควรได้รับการเปลี่ยนทุก 3-6 เดือน
- ไส้กรองเรซิน (Resin Filter) ทำหน้าที่ลดความกระด้างของน้ำ แลกเปลี่ยนประจุแคลเซียมและแมกนีเซียม ควรได้รับการเปลี่ยนทุก 6 เดือน
- ไส้กรองเมมเบรน (Membrane Filter) ทั้งแบบ RO, UF และ Nano ซึ่งทำหน้าที่กรองสิ่งปนเปื้อนขนาดเล็ก เช่น แบคทีเรีย ไวรัส สารเคมี โลหะหนัก ควรได้รับการเปลี่ยนทุก 1 ปี
- ไส้กรองโพสต์คาร์บอน (Post Carbon Filter) ทำหน้าที่ปรับรสชาติ กลิ่น และสีของน้ำ ควรได้รับการเปลี่ยนทุก 6 เดือน
ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งานไส้กรองน้ำ
นอกจากการปฏิบัติตามคู่มือคำแนะนำว่าไส้กรองน้ำควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ถึงจะได้ประสิทธิภาพตามมาตรฐานทั่วไป ยังมีปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานไส้กรองน้ำ ดังนี้
ปริมาณการใช้น้ำ
ยิ่งใช้น้ำมาก ไส้กรองยิ่งทำงานหนัก เนื่องจากต้องกรองสิ่งปนเปื้อนมากขึ้น ส่งผลให้การเกิดอุดตันเร็วขึ้น ดังนั้น อาคารสำนักงานหรือโรงงานที่มีจำนวนพนักงานมากและต้องใช้น้ำเป็นประจำ ย่อมต้องหมั่นสังเกตเพื่อเปลี่ยนไส้กรองน้ำบ่อยกว่าปกติ
คุณภาพน้ำประปาก่อนเข้าระบบ หรือค่าน้ำดิบ
ก่อนผ่านเข้าระบบกรองน้ำ น้ำประปาโดยทั่วไปมักมีสิ่งปนเปื้อนในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ซึ่งคุณภาพน้ำประปา หรือค่าน้ำดิบเหล่านี้ล้วนขึ้นอยู่กับแหล่งน้ำ ระบบบำบัดน้ำ โดยน้ำประปาที่มีการปนเปื้อนของตะกอน สนิม สารอินทรีย์ หรือคลอรีนในปริมาณสูง จะทำให้ไส้กรองน้ำต้องทำงานหนัก อุดตันเร็ว ส่งผลต่ออายุการใช้งานไส้กรอง โดยเฉพาะไส้กรองหยาบ ไส้กรองพรีคาร์บอน และไส้กรองเรซิน ซึ่งทำหน้าที่กรองสิ่งปนเปื้อนเหล่านี้โดยตรง
คุณภาพของตัวไส้กรองน้ำ
คุณภาพของไส้กรองน้ำจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ เทคโนโลยีการผลิตและมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ โดยไส้กรองน้ำที่มีคุณภาพดี ผลิตจากวัสดุที่ได้มาตรฐาน ผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ย่อมมีประสิทธิภาพในการกรองสูง อายุการใช้งานยาวนาน และปลอดภัยในการใช้งานมากกว่าไส้กรองน้ำที่ไม่ได้คุณภาพ

สังเกตอย่างไรว่าควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำ ?
ถึงแม้โดยมาตรฐานแล้วจะมีการระบุไว้ว่าไส้กรองน้ำเปลี่ยนทุกกี่เดือนถึงจะมีประสิทธิภาพที่สุด แต่ในบางครั้ง ไส้กรองน้ำก็อาจเสื่อมสภาพก่อนถึงเวลา โดยสามารถสังเกตได้ ดังนี้
- น้ำไหลช้าลง ซึ่งเกิดจากการอุดตันของตะกอน สนิม หรือสิ่งปนเปื้อนอื่น ๆ ทำให้เกิดการสะสมในไส้กรอง จนน้ำไหลช้าลง
- เครื่องกรองน้ำทำงานบ่อย ซึ่งเกิดจากการที่เครื่องกรองน้ำต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อชดเชยประสิทธิภาพการกรองที่ลดลง โดยมีสาเหตุอาจมาจากไส้กรองเสื่อมสภาพ จนกรองสิ่งปนเปื้อนได้ไม่ดีพอ
- เกิดความผิดปกติของน้ำ เช่น สีน้ำเปลี่ยน มีกลิ่น เกิดตะกอน ที่เกิดจากการปนเปื้อน ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงความเสื่อมสภาพของไส้กรอง ทำให้ไม่สามารถกรองสิ่งสกปรกและสารปนเปื้อนได้ตามมาตรฐาน
การเปลี่ยนไส้กรองน้ำตามคู่มือ หรือคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าน้ำดื่มจากเครื่องกรองน้ำจะสะอาด ปลอดภัย ปราศจากสิ่งปนเปื้อน แต่หากว่าใครที่ไม่ถนัดเรื่องการดูแล ขอแนะนำ Nova Water ผู้จำหน่ายและให้เช่าตู้กดน้ำพร้อมไส้กรองน้ำ ROและไส้กรองคาร์บอน รวมทั้งขายเครื่องกรองน้ำดื่มชนิดร้อน-เย็นสำหรับสำนักงาน ซึ่งมีทั้งบริการติดตั้งและบำรุงรักษาโดยช่างมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ ให้คุณได้มีน้ำดื่มที่ปลอดภัยและสะอาด ด้วยเทคโนโลยีการกรองล่าสุด ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ หรือเบอร์ 02-410-2727-8 หรือ LINE Official : @novawaterthailand
ข้อมูลอ้างอิง:
- หวั่นเครื่องกรองน้ำสกปรก แนะเปลี่ยนใส้กรอง. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 จาก https://www.thaihealth.or.th/หวั่นเครื่องกรองน้ำสกป/
