ร่างกายมนุษย์ควรได้รับน้ำดื่มอย่างเพียงพอในทุก ๆ วัน เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไปจากการทำกิจกรรมระหว่างวัน สำหรับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม หรือธุรกิจที่มีพนักงานปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงาน การจัดหาน้ำดื่มที่สะอาด ได้มาตรฐาน ก็ถือเป็นหนึ่งในสวัสดิการที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่พนักงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องจัดหาเครื่องกรองน้ำสำหรับคนหมู่มาก ตั้งแต่หลักหลายสิบไปถึงหลักหลายร้อยคน ก็ย่อมจำเป็นต้องวางแผนให้ดีเป็นพิเศษ มิฉะนั้น อาจจะมีน้ำดื่มไม่เพียงพอต่อความต้องการของพนักงาน วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีเลือกเครื่องกรองน้ำ RO สำหรับติดตั้งในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานของพนักงานอย่างสูงสุดกัน

Table of Contents
Toggle1. ขนาดสอดคล้องกับการใช้งาน
สิ่งแรกที่ควรพิจารณาเมื่อต้องเลือกเครื่องกรองน้ำอุตสาหกรรมมาใช้ในโรงงานหรือสำนักงาน คือขนาดและจำนวนหัวจ่ายต้องสอดคล้องกับจำนวนพนักงาน เพื่อให้รองรับความต้องการของพนักงานได้อย่างเพียงพอ ทุกคนสามารถใช้งานเครื่องกรองน้ำได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องรอคิวนาน นอกจากนี้ ควรจะต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับพื้นที่ติดตั้ง ไม่ใหญ่เกินไปจนเกะกะ หรือกินพื้นที่การปฏิบัติงาน
2. สามารถติดตั้ง ทำความสะอาด และเปลี่ยนไส้กรองได้สะดวก
การใช้งานเครื่องกรองน้ำ RO ในโรงงานอุตสาหกรรม จะต้องคำนึงถึงความสะดวกเป็นหลัก ไม่เพียงแค่ความสะดวกในการใช้งานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสะดวกในการติดตั้ง ตลอดจนการทำความสะอาดและเปลี่ยนไส้กรองด้วย เพราะไส้กรอง คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณได้น้ำดื่มที่สะอาด บริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งตกค้าง และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน เช่น ไส้กรองคาร์บอน ควรเปลี่ยนทุก 6-8 เดือน ไส้กรอง Sediment ควรเปลี่ยนทุก 6 เดือน เพื่อให้ไส้กรองสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และป้องกันการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย
3. ประเภทของไส้กรองมีคุณภาพ
ลำดับต่อมา เป็นการเลือกประเภทไส้กรอง เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องกรองน้ำของคุณสามารถกรองน้ำได้สะอาดจริง โดยประเภทไส้กรองที่มักพบในเครื่องกรองน้ำที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานส่วนใหญ่ ได้แก่
- ไส้กรอง Sediment ไส้กรองแบบหยาบ ช่วยกรองตะกอนและสิ่งสกปรกขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอนขึ้นไป
- ไส้กรองคาร์บอน ช่วยดูดซับกลิ่น สี คลอรีน สารอินทรีย์ และโลหะหนักบางชนิด
- ไส้กรอง UF (Ultrafiltration) สามารถกรองสิ่งสกปรกได้ละเอียดถึง 0.01 ไมครอน กรองแบคทีเรียและไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ไส้กรอง RO (Reverse Osmosis) กรองสิ่งสกปรกได้ละเอียดที่สุด กำจัดแบคทีเรีย ไวรัส และสารละลายได้เกือบทั้งหมด
4. . เลือกเครื่องกรองน้ำโรงงานที่เหมาะกับสภาพน้ำที่ใช้กรอง
สภาพน้ำที่ใช้กรองหรือน้ำดิบ ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกเครื่องกรองน้ำ เนื่องจากน้ำดิบจากแต่ละแหล่งก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นความกระด้างของน้ำ กลิ่น สารปนเปื้อน หรือคุณสมบัติอื่น ๆ จึงต้องเลือกเครื่องกรองที่เหมาะสมกับสภาพน้ำ เพื่อให้เครื่องกรองน้ำทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและได้น้ำที่สะอาดที่สุด เช่น
- น้ำประปาที่มีตะกอนสูง ควรติดตั้งไส้กรองตะกอนหรือ Pre-Filter เพื่อกรองตะกอนเบื้องต้นก่อนเข้าเครื่องกรองหลัก
- น้ำประปาที่มีกลิ่นคลอรีน ควรเลือกเครื่องกรองน้ำที่มาพร้อมไส้กรองคาร์บอน เพื่อช่วยกำจัดคลอรีน กลิ่น สี สารอินทรีย์ และโลหะหนัก

5. ฟังก์ชันการใช้งานอื่น ๆ
เมื่อได้เครื่องกรองน้ำโรงงานที่มีขนาดพอเหมาะ และเหมาะสมกับสภาพน้ำดิบที่ใช้กรองแล้ว อย่าลืมพิจารณาฟังก์ชันการใช้งานอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับเครื่องกรองด้วย เช่น ระบบทำน้ำร้อน-น้ำเย็น ระบบทำความสะอาดไส้กรอง ตลอดจนดีไซน์ที่สวยงาม แม้จะเป็นฟังก์ชันเสริมแต่ล้วนมีประโยชน์ต่อการใช้งาน และช่วยให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้นได้อย่างแน่นอน
6. ราคา การรับประกัน และบริการหลังการขายของแบรนด์
ปัจจัยสุดท้ายที่ต้องใช้พิจารณาเลือกเครื่องกรองน้ำ RO ในโรงงานอุตสาหกรรม คือแบรนด์ผู้ผลิต แนะนำให้เลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ในราคาที่สมเหตุสมผล รวมทั้งมีการรับประกันและบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน มีบริการซ่อมบำรุงและให้คำแนะนำในกรณีที่เกิดปัญหาด้านการใช้งาน ช่วยสร้างความอุ่นใจได้เป็นอย่างดี
หากผู้ประกอบการกำลังมองหาเครื่องกรองน้ำ RO ราคาคุ้มค่า การใช้งานครอบคลุม สำหรับติดตั้งในออฟฟิศหรือโรงงานอุตสาหกรรม เลือก Nova Water เครื่องกรองน้ำอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมเทคโนโลยีการกรองน้ำรุ่นล่าสุด ติดตั้งง่าย ใช้งานได้ปลอดภัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-410-2727-8 และ LINE Official Account: @novawaterthailand